คุณสมบัติผู้ขอบรรพชาอุปสมบทตามกฏมหาเถรสมาคม ฉบับที่ ๑๗ (พ.ศ. ๒๕๓๖)

ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระอุปัชฌาย์
หมวด ๓ หน้าที่พระอุปัชฌาย์
ข้อ ๑๓ พระอุปัชฌาย์ต้องพบและสอบสวนกุลบุตร ให้ได้คุณลักษณะก่อน จึงรับให้บรรพชาอุปสมบทได้คุณลักษณะของกุลบุตรนั้น มีดังนี้
(๑) เป็นคนมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตตำบล หรืออำเภอที่จะบวช และมีหลักฐาน มีอาชีพชอบธรรม หรือแม้มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอื่น แต่เมื่อสอบสวนแล้วปรากฏว่าเป็นคนมีหลักฐาน มีอาชีพชอบธรรม มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งไม่ใช่คนจรจัด
(๒) เป็นสุภาพชน มีความประพฤติดีประพฤติชอบ ไม่มีความประพฤติเสียหาย เช่น ติดสุรา หรือยาเสพติดให้โทษ เป็นต้น
(๓) มีความรู้ อ่านและเขียนหนังสือไทยได้
(๔) ไม่เป็นผู้มีทิฏฐิวิบัติ
(๕) เป็นผู้ปราศจากบรรพชาโทษ และมีร่างกายสมบูรณ์ อาจบำเพ็ญสมณกิจได้ ไม่เป็นคนชราไร้ความสามารถ หรือทุพพลภาพ หรือพิกลพิการ
(๖) มีสมณบริขารครบถ้วน และถูกต้องตามพระวินัย
(๗) เป็นผู้สามารถกล่าวคำขอบรรพชาอุปสมบทได้ด้วยตนเอง และถูกต้องไม่วิบัติ

ข้อ ๑๔ พระอุปัชฌาย์ ต้องงดเว้นการให้บรรพชาอุปสมบท แก่คนต้องห้ามเหล่านี้
(๑) คนทำความผิดหลบหนีอาญาแผ่นดิน
(๒) คนหลบหนีราชการ
(๓) คนต้องหาในคดีอาญา
(๔) คนเคยถูกตัดสินจำคุก โดยฐานเป็นผู้ร้ายสำคัญ
(๕) คนถูกห้ามอุปสมบทเด็ดขาดทางพระศาสนา
(๖) คนมีโรคติดต่อเป็นที่น่ารังเกียจ เช่น วัณโรคในระยะอันตราย
(๗) คนมีอวัยวะพิการจนไม่สามารถปฏิบัติกิจพระศาสนาได้

บุคคลห้ามบวช ๑๑ ประเภท

๑. กะเทย (บัณเฑาะก์)
๒. คนที่ลักเพศ (บวชเอาเองโดยไม่ถูกต้อง)
๓. ผู้ไปเข้าลัทธิศาสนาอื่น
๔. สัตว์เดรัจฉาน
๕. ผู้ฆ่ามารดา
๖. ผู้ฆ่าบิดา
๗. ผู้ฆ่าพระอรหันต์
๘. ผู้ข่มขืนนางภิกษุณี
๙. ผู้ทำสงฆ์ให้แตกกัน
๑๐. ผู้ประทุษร้ายพระพุทธเจ้าถึงยังพระโลหิตให้ห้อ
๑๑. คนมีอวัยวะ ๒ เพศ (อุภโตพยัญชนก)

ลักษณะที่ไม่ควรให้บรรพชา (เป็นสามเณร) ๓๒ ประเภท

๑. มือขาด
๒. เท้าขาด
๓. ทั้งมือทั้งเท้าขาด
๔. หูขาด
๕. จมูกแหว่ง
๖. ทั้งหูขาดทั้งจมูกแหว่ง
๗. นิ้วมือขาด
๘. นิ้วหัวแม่มือขาด
๙. เอ็นเท้าขาด
๑๐. นิ้วมือเป็นแผ่น
๑๑. หลังค่อม
๑๒. เตี้ยเกินไป
๑๓. คอพอก
๑๔. ถูกสักหมายโทษจนเสียโฉม
๑๕. ถูกลงอาญา (มีรอยแผลโบยด้วยแส้)
๑๖. ถูกหมายจับ (ให้ฆ่าได้เมื่อพบ)
๑๗. มีเท้าปุก
๑๘. เป็นโรคเรื้อรังรักษาไม่หาย
๑๙. ประทุษร้ายบริษัท (มีลักษณะผิดแปลกไปจากหมู่)
๒๐. ตาบอดข้างเดียว หรือทั้งสองข้าง
๒๑. เป็นง่อย
๒๒. คนกระจอก (เช่น เท้าผิดปกติ ต้องเดินด้วยหลังเท้า)
๒๓. เป็นอัมพาต
๒๔. คนเปลี้ย (เดินเองไม่ได้)
๒๕. คนชรา ทุพพลภาพ
๒๖. ตาบอดแต่กำเนิด
๒๗. เป็นใบ้
๒๘. หูหนวก
๒๙. ทั้งบอดทั้งใบ้
๓๐. ทั้งบอดทั้งหนวก
๓๑. ทั้งใบ้ทั้งหนวก
๓๒. ทั้งบอดทั้งใบ้ทั้งหนวก
เนื้อหาในเว็บไซต์นอกเหนือจากไฟล์หนังสือและไฟล์เสียงธรรมบรรยาย เป็นข้อมูลที่รวบรวมขึ้นใหม่เพื่อช่วยในการศึกษาค้นคว้าของผู้สนใจ โดยมิได้ผ่านการตรวจทานจากสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์
ผู้ใช้พึงตรวจสอบกับตัวเล่มหนังสือหรือเสียงธรรมบรรยายต้นฉบับก่อนนำข้อมูลไปใช้ในการอ้างอิง