จริยธรรมสำหรับคนรุ่นใหม่

Somdet Phra Buddhaghosacariya (P. A. Payutto)

จริยธรรมสำหรับคนรุ่นใหม่1

ขออำนวยพร ท่านประธานในที่ประชุม ท่านอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิและท่านผู้ใฝ่ธรรมทุกท่าน

วันนี้ นับว่าเป็นศุภวรดิถี คือ วันดี วันงามของชาวคณะครุศาสตร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ได้หมุนเวียนมาครบรอบวันสถาปนาหรือวันก่อตั้งคณะอีกครั้งหนึ่ง และทางคณะยังได้จัดกิจกรรมที่แสดงถึงความรำลึกคุณของท่านคณบดีท่านแรกที่เป็นผู้บริหารกิจการของคณะมาแต่เริ่มต้น นับว่าเป็นสิริมงคลทั้ง ๒ ประการ ประการแรกก็เป็นสิริมงคลโดยสมมติ คือเป็นไปตามกำหนดกาลเวลาที่เราตั้งขึ้นมาว่าเป็นวันสำคัญ ประการที่สอง เป็นสิริมงคลที่เกิดจากการกระทำความดีของท่านทั้งหลายนั่นเอง คือการแสดงกตัญญูกตเวทิตาธรรม ต่อท่านผู้ที่ได้เคยมีคุณความดีอันได้กระทำไว้ก่อนแล้ว

เพราะฉะนั้น อาตมภาพขออนุโมทนาในกุศลกรรมนี้ด้วย ซึ่งการอนุโมทนานี้ก็แยกได้เป็น ๓ ด้าน คือ

ประการที่ ๑ ถือว่าเป็นการปฏิบัติตามหลักมงคล ๓๘ ประการ ข้อที่ ๓ คือหลักที่ว่าการบูชาบุคคลที่ควรบูชาเป็นอุดมงคล

ประการที่ ๒ เป็นการถือเอาโอกาสหรือเหตุการณ์สำคัญมาใช้ในทางที่มีประโยชน์ ในการจัดกิจกรรมที่เป็นไปในทางสร้างสรรค์ เกิดคุณค่าทางสติปัญญา และ

ประการที่ ๓ การกระทำเช่นนี้เป็นการสร้างแบบอย่างที่ดีไว้ให้เป็นประโยชน์เกื้อกูลแก่คนรุ่นหลัง อย่างที่ทางพระท่านชอบใช้คำว่า แก่ปัจฉิมาชนตา

วันนี้ทางผู้จัดการประชุมได้กำหนดหัวข้อให้อาตมภาพพูดเรื่อง “คุณธรรมและจริยธรรมสำหรับเด็กและเยาวชนรุ่นใหม่” หัวข้อนี้เหมือนกับบอกว่า คุณธรรมหรือจริยธรรมที่มีอยู่แล้วไม่ดีหรือไม่เหมาะสม ก็เลยจะต้องหามาใหม่ คล้ายๆ ว่าจะบอกอย่างนี้ หรือเพลาลงมาหน่อยอาจจะบอกว่า จริยธรรมส่วนที่ใช้อยู่ คือไม่ใช่จริยธรรมอย่างกว้างๆ ทั้งหมด แต่จริยธรรมส่วนที่เราเลือกเอามาใช้นำมาปฏิบัติกันอยู่ อาจจะมีข้อบกพร่องไม่เหมาะสม ควรจะมาเลือกกันใหม่ หรืออย่างน้อยก็เป็นการเชิญชวนให้มาพิจารณาทบทวนกันว่า จริยธรรมที่ใช้ที่สอนกันอยู่เป็นอย่างไร ดีหรือไม่ดี เหมาะหรือไม่เหมาะ จะเอาอย่างไรกันต่อไป

การพิจารณาเกี่ยวกับสิ่งที่ผ่านมานั้นเป็นเรื่องมองอดีต ในการมองอดีตนี้ เราอาจจะเห็นว่ามีอะไรที่ไม่เหมาะสม มีข้อบกพร่องเป็นต้น ซึ่งจะทำให้เราต้องมีท่าทีต่ออดีตอย่างใดอย่างหนึ่ง ในที่นี้จึงควรจะกล่าวถึงท่าทีของจิตใจต่อเรื่องอดีตไว้

การที่เราพบเห็นข้อบกพร่องของอดีตนี้ มิใช่หมายความว่าเรามองหาข้อบกพร่องของอดีต เพื่อเอามาด่าว่าคนรุ่นก่อน แต่การที่เราทำอย่างนี้ก็เพราะเป็นวิสัยของคนที่ไม่ประมาท คือ ตามปกติคนที่ไม่ประมาทนั้น ย่อมคอยสำรวจตรวจตราตัวเองว่าตนมีอะไรบกพร่อง มีจุดอ่อนอะไรบ้าง แล้วก็พยายามแก้ไขปรับปรุงทำให้เกิดความดีงามเต็มเปี่ยมสมบูรณ์ ถ้าทำด้วยความรู้สึกอย่างนี้ แม้เราจะติว่าอดีตมีความบกพร่องอะไรบ้าง ก็ไม่มีปัญหา ไม่มีความเสียหาย และท่าทีอีกอย่างหนึ่งก็คือ

การมองอดีตที่บกพร่องนั้น โดยถือว่าเป็นเรื่องของเราเอง วัฒนธรรมที่เคยมีความผิดพลาดบกพร่องเกิดขึ้นบ้าง มีคนเก่าบางคนบางสมัยทำเสียหายไว้บ้างนั้น เป็นเนื้อเป็นหนังอยู่ในตัวของเราเอง ไม่ใช่คนอื่นพวกอื่น การมองอดีตไม่ใช่เรื่องของการที่จะไปด่าว่าใครๆ ที่ไหน แต่เป็นการพิจารณาทบทวนเรื่องภายในของตัวเราเอง การพิจารณาสำรวจตนเองนั้นเป็นสิ่งที่ดี มีแต่จะทำให้เกิดความเจริญก้าวหน้า ถ้าตั้งทัศนคติอย่างนี้ไว้แล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหา มีแต่จะก่อให้เกิดผลในทางที่ดี

นอกจากนั้น เรื่องเกี่ยวกับอดีตนั้นก็เป็นของเก่า ตามธรรมดาของเก่าก็เกิดจากการสั่งสม คือ มีประสบการณ์ ความสามารถ ความรู้ สติปัญญาของคนเก่าๆ ถ่ายทอดสืบต่อกันมามากมาย เป็นเหมือนคลังมรดก ซึ่งผู้ฉลาดจะสามารถสืบค้นเลือกสรรนำมาใช้ประโยชน์ได้ แต่ในเวลาเดียวกัน ในความเก่านั้นเอง เมื่อล่วงกาลผ่านเวลามานานๆ เข้า ก็ย่อมจะมีความเลอะเลือนเคลื่อนคลาดไปบ้าง

เพราะฉะนั้นอีกด้านหนึ่งก็คือ เราจะต้องมีการตรวจตราชำระสะสางกันบ้างเป็นบางคราว ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะให้ได้ของเก่าที่บริสุทธิ์บริบูรณ์ เมื่อมองในแง่นี้ การที่จะมาพูดถึงความบกพร่องอะไรต่ออะไรของอดีตนั้น ก็ไม่ใช่ว่าเราพูดถึงอดีตในทางที่ไม่ดี แต่เราพูดเพื่อเราจะได้ของเก่าที่เรียบร้อยสมบูรณ์ ถูกต้องบริสุทธิ์ นี้ก็เป็นแง่คิดที่จะต้องนำมาใช้ในโอกาสนี้ด้วย

อนึ่ง การที่อาตมภาพมาพูดในวันนี้นั้น ก็มิใช่ว่าจะมาเสนอรูปสำเร็จของจริยธรรมและคุณธรรมสำหรับคนรุ่นใหม่ แต่เป็นเพียงว่าจะมาเสนอความคิดเห็น ในแนวทางที่เราจะได้ช่วยกันพิจารณาเพื่อหาจริยธรรมที่เหมาะสมต่อไป

คือว่าหน้าที่ในการที่จะวางจริยธรรมนั้นเป็นของร่วมกัน ไม่ใช่เป็นเรื่องของบุคคลผู้หนึ่งผู้เดียว และที่อาตมภาพจะพูดถึงจริยธรรมหรือคุณธรรมสำหรับเด็กและเยาวชนรุ่นใหม่นี้ ก็ไม่ใช่เป็นการพูดถึงคุณธรรมหรือจริยธรรมสำหรับผู้ที่จะเป็นเด็กและเยาวชนรุ่นต่อๆไปเท่านั้น แต่เป็นการพูดถึงเยาวชนรุ่นใหม่นั้นในฐานะเป็นคนที่จะรับผิดชอบสังคมต่อไป พูดอย่างง่ายๆ ก็คือ จะพูดถึงจริยธรรมของคนยุคต่อไปทั้งหมดทีเดียว ซึ่งเด็กที่จะเจริญเติบโตต่อไปนี้จะเป็นผู้รับผิดชอบ และเอาเยาวชนรุ่นใหม่นี้มาเป็นจุดเริ่มต้นของจริยธรรมที่เราพูดว่าของคนรุ่นใหม่นั้น

1าฐกถาประจำปี ศาสตราจารย์ท่านผู้หญิงพูนทรัพย์ นพวงศ์ ณ อยุธยา ครั้งที่ ๑ แสดงที่คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.. ๒๕๒๘ พิมพ์ครั้งแรกโดยคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในชื่อว่า "คุณธรรมและจริยธรรมสำหรับเด็กและเยาวชนรุ่นใหม่" .. ๒๕๒๘
The content of this site, apart from dhamma books and audio files, has not been approved by Somdet Phra Buddhaghosacariya.  Such content purpose is only to provide conveniece in searching for relevant dhamma.  Please make sure that you revisit and cross check with original documents or audio files before using it as a source of reference.