จริยธรรมสำหรับคนรุ่นใหม่

Somdet Phra Buddhaghosacariya (P. A. Payutto)

ข้อต่อไปที่พันกันอยู่กับเรื่องที่พูดมาแล้วก็คือ เรื่องการเสพติด การเสพติดมี ๒ อย่าง คือ การเสพติดทางวัตถุ และการเสพติดทางใจ เรามักพูดกันมากเฉพาะด้านการเสพติดทางวัตถุ แต่การเสพติดทางจิตใจก็เสียเหมือนกัน และในทางพระพุทธศาสนาก็สอนให้ระวัง เพราะเมื่อพ้นจากการเสพติดทางวัตถุแล้วก็อาจจะมาเสพติดทางจิตใจได้

ในการปฏิบัติธรรมแทบทุกขั้นตอนจะมีสิ่งมายั่วเย้าให้เกิดความติดได้ทั้งนั้น เช่นว่า ได้ฌาน ก็อาจจะติดในฌาน ได้วิปัสสนาก็อาจจะติดในความสุขของวิปัสสนา ที่พระพุทธเจ้าตรัสว่าเป็นวิปัสสนูปกิเลส และตรัสให้แก้ไขเสีย มิฉะนั้นจะไม่มีทางบรรลุมรรคผล ไม่มีทางกำจัดกิเลสได้หมดสิ้น ในสังคมปัจจุบันโดยทั่วไป เฉพาะอย่างยิ่งในสังคมที่พัฒนาแล้ว จะมีช่วงตอนหนึ่งที่คนทั้งหลายจำนวนมากเกิดความเบื่อหน่ายต่อสิ่งปรนเปรอหรือความเจริญหรูหราทางวัตถุ เมื่อเบื่อหน่ายทางวัตถุ เขาก็จะไขว่คว้าหันมาสนใจทางจิต ครั้นพอได้อะไรที่สนองความต้องการทางจิต เขาก็พร้อมที่จะเสพติดได้ทันที ถ้าไม่มีความเข้าใจเรื่องนี้เป็นพื้นฐานไว้ คนสมัยใหม่ปัจจุบันจำนวนมาก ขาดความรู้ทางด้านจิตมาก่อน พอเบื่อวัตถุหันมาพบอะไรดีๆ ทางจิต ก็เลยพากันติด เข้าลักษณะเสพติดทางจิตไปเลย

ในสังคมฝรั่งปัจจุบันนี้ อาตมภาพมองว่า พวกหนึ่งมีการเสพติดทางจิตใจมาก จริงอยู่ การเสพติดทางจิตนั้นอาจจะมีผลเสียรุนแรงน้อยกว่าความเสพติดทางวัตถุ และมองเห็นไม่ชัดเจน เพราะผู้ที่เสพติดทางจิตอาจจะไม่ไปรุกราน ไม่ไปรังแกทำร้ายคนอื่น ศีลห้าที่เป็นระดับสามัญนั้น อาจจะมองไม่เห็นว่าเขาละเมิด แต่อาจจะมีผลเสียในวงกว้างที่ประณีตลึกซึ้ง ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อสังคมอย่างมากทีเดียว เพราะจิตนั้นมองไม่เห็นก็จริง แต่จิตเป็นผู้นำกิจกรรมอย่างอื่นๆ ทั้งหมด และผลเสียที่ละเอียดอ่อน ก็อาจร้ายกว่าผลเสียที่รุนแรงชัดเจนได้เหมือนกัน เช่น การติดลักษณะนิสัยแบบเฉื่อยชา ติดในความสุขของสมาธิจนเกียจคร้าน เป็นต้น

ในทางธรรมท่านเตือนไว้ทุกขั้นตอน นี่คือความรู้ทางปริยัติ ที่มาช่วยการปฏิบัติ ผู้ปฏิบัตินั้นบางทีเมื่อเจอสิ่งที่ดีแล้วก็หลง ปริยัติบอกว่า สมาธินี้เป็นปัจจัยให้เกิดความสุข แต่ก็อาจทำให้เกิดความเกียจคร้าน ท่านจึงให้ระวังโดยคอยปรับอินทรีย์ทั้งหลายให้สม่ำเสมอพอเหมาะพอดี (อินทรีย์มี ๕ คือ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา) สมาธิเข้าคู่หนุนกับความเกียจคร้าน ผู้ปฏิบัติจะต้องคอยประคองวิริยะคือความเพียรไว้ให้ดี มิฉะนั้นอาจจะตกไปในหลุมแห่งความเกียจคร้าน คือ โกสัชชะเสีย

ปัจจุบันนี้ ความสนใจในทางจิตและความฝักใฝ่ในสมาธิมีมากขึ้น ซึ่งเป็นเพียงปฏิกิริยาต่อความอืดเฟ้อ และเบื่อหน่ายต่อความเจริญทางวัตถุบ้าง เป็นการชิมลองและตามกันรวมทั้งตามฝรั่งอย่างแฟชั่นบ้าง เป็นผลจากปัญญาที่รู้เท่าทันโลกและชีวิตมากขึ้นบ้าง

เยาวชนรุ่นใหม่จะต้องพบกับสภาพเช่นนี้ และอาจจะต้องพบมากขึ้น เขาควรจะได้รับการเตรียมตัวให้พร้อม ที่จะปฏิบัติต่อเรื่องนี้ให้ถูกต้องด้วย เพื่อให้การปฏิบัตินั้นเป็นคุณทั้งแก่ตนเองและสังคม ให้เขาเจริญงอกงามก้าวไปอย่างดี อย่างน้อยก็มิใช่เป็นการพ้นจากการเสพติดทางวัตถุ เพียงเพื่อไปหมกมุ่นกับการเสพติดทางจิตต่อไป

The content of this site, apart from dhamma books and audio files, has not been approved by Somdet Phra Buddhaghosacariya.  Such content purpose is only to provide conveniece in searching for relevant dhamma.  Please make sure that you revisit and cross check with original documents or audio files before using it as a source of reference.