จริยธรรมสำหรับคนรุ่นใหม่

Somdet Phra Buddhaghosacariya (P. A. Payutto)

ในตอนนี้ก็มีเรื่องเข้ามาเกี่ยวข้องอีกอย่างหนึ่ง คือ เรื่องความงมงายที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อและการปฏิบัติ เรามักจะพูดถึงความงมงายในลักษณะหรือรูปของความเชื่อ เช่นว่าเชื่อไสยศาสตร์ เชื่อผีสางเทวดา เป็นต้น แต่เรามองข้ามไปอย่างหนึ่ง คือ การปฏิบัติที่งมงาย

พระพุทธศาสนาเน้นการปฏิบัติที่งมงายว่าจะต้องรีบแก้ไข ยิ่งกว่าความเชื่อที่งมงาย การปฏิบัติที่งมงายเป็นอย่างไร การปฏิบัติที่งมงาย ก็คือการปฏิบัติที่หวังพึ่งปัจจัยภายนอก การหวังพึ่งสิ่งดลบันดาลต่างๆ ตามปกติความเชื่อที่งมงายจะนำไปสู่การปฏิบัติที่งมงาย แต่ถ้าเราสามารถตัดทอน ถึงเขาจะยังเชื่องมงาย ก็ปล่อยไว้ก่อน เพราะเรื่องความเชื่อนี้แก้ยาก แค่อย่าให้ปฏิบัติงมงายก็พอ ไม่เป็นไร ผลในทางจริยธรรมไม่ถึงกับเสีย เพราะว่าความเชื่อนี้จะแก้ไขได้ต้องถึงขั้นปัญญาทีเดียว เราเอาแค่ขั้นศีลและสมาธิพออยู่ได้ก่อน ส่วนขั้นปัญญานั้นยากอยู่ เราจะไปเน้นให้รอไปแก้ความเชื่อนี้ไม่ไหว จะแก้ได้จริงก็ต้องถึงขั้นตรัสรู้ ปัญหาเบื้องต้นและรีบด่วนกว่าคือ ทำอย่างไรจะแก้ให้เลิกการปฏิบัติที่งมงาย

พระพุทธเจ้าเน้นเรื่องการปฏิบัติที่งมงายมาก เพราะคนที่เชื่องมงายนั้นมีในพุทธกาลแล้ว เขาเชื่อโน้นเชื่อนี้หวังพึ่งการดลบันดาลอ้อนวอนบวงสรวงต่างๆ มากมาย พระพุทธเจ้าไม่ตัดที่ความเชื่อ ไม่เสียเวลาไปเถียงกับเขา แต่ไปตัดที่การปฏิบัติที่งมงาย ทรงหาทางให้เขาเลิกปฏิบัติตัวในทางที่จะรอคอยการช่วยเหลือดลบันดาล ให้เพียรพยายามทำด้วยตนเอง ความเชื่อนั้นปล่อยไว้ก่อนได้ แล้วค่อยแก้ไป เพราะเป็นของลึกซึ้งกว่า

เราจะเห็นได้ชัดเช่นเรื่องเทวดา คนจำนวนมากไม่สามารถแยกได้ระหว่างความเชื่อเทวดาในพุทธศาสนากับเทพเจ้าในศาสนาพราหมณ์ ซึ่งที่จริงนั้นต่างกันมาก พระพุทธเจ้าตัดตรงนี้ คือ ให้เลิกการปฏิบัติที่งมงายเสีย ท่านจะเชื่อต่อไปหรือไม่ก็ไม่ว่า แต่ต่อไปเมื่อก้าวหน้าในทางธรรมมากขึ้น ก็จะค่อยเห็นความจริงเห็นถูกต้องรู้ถูกต้องเอง

การปฏิบัติที่งมงายเป็นเรื่องสำคัญมาก แม้แต่ความเชื่อไม่งมงาย แต่การปฏิบัติงมงายก็เสีย ปัจจุบันคนจำนวนมากในสังคมของเราไม่เป็นนักสร้างสรรค์ ไม่เพียรพยายามด้วยตนเอง เพราะมีลักษณะนิสัยรอคอยการดลบันดาลจากปัจจัยภายนอก เช่น รอคอยความช่วยเหลือจากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฝากชีวิตฝากความหวังไว้กับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไม่สามารถช่วยตัวเองได้ถ้าปราศจากสิ่งเหล่านั้น นี้ก็เป็นการปฏิบัติที่งมงายเหมือนกัน ไม่ใช่เฉพาะคนที่พึ่งเทวดาไสยศาสตร์เท่านั้นที่งมงาย คนที่หวังพึ่งวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก็ต้องถือว่างมงายเหมือนกัน

เพราะฉะนั้น เราสามารถพูดใหม่ในปัจจุบันว่า ให้ระวังความงมงายในวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพราะว่าเป็นความงมงายที่กำลังเกิดขึ้นแพร่หลายและจะมีผลเสียต่อสังคมมาก นิสัยสร้างสรรค์นิสัยพัฒนาตน เป็นนักทำนักสร้างนั่นแหละ จะมาแก้การปฏิบัติที่งมงาย หรือความงมงายในการปฏิบัตินี้ได้ เราควรเอาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้ให้เป็นประโยชน์ได้อย่างรู้เท่าทันคุณโทษ ทางดีทางเสีย และด้วยความระมัดระวังรอบคอบ แต่ไม่จำเป็นต้องรอคอย ฝากความหวังไว้ในวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนั้น

อีกอย่างหนึ่ง ทำไมเราจะสร้างสิ่งเหล่านั้นด้วยตนเองไม่ได้ ต้องรอคอยให้คนอื่นเขาทำมาให้ จึงต้องพูดให้ตระหนักในเรื่องการปฏิบัติที่งมงายไว้ด้วย ไม่ให้มัวมองแต่จะรังเกียจจะหลีกหนีความเชื่อที่งมงาย แล้วไม่รู้ตัวว่าตนเองกำลังถูกความงมงายอีกด้านหนึ่งครอบงำอยู่อย่างเต็มที่

The content of this site, apart from dhamma books and audio files, has not been approved by Somdet Phra Buddhaghosacariya.  Such content purpose is only to provide conveniece in searching for relevant dhamma.  Please make sure that you revisit and cross check with original documents or audio files before using it as a source of reference.