ไอที: ภายใต้วัฒธรรมแห่งปัญญา (ศาสนากับยุคโลกาภิวัตน์)

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต)

รู้จักไทย เข้าใจฝรั่ง : ผลต่างที่เกิดจากเทคโนโลยี

ประการต่อไป ขอแยกเทคโนโลยีเป็น ๒ แบบก่อน (เนื่องจากเทคโนโลยีมีหลายลักษณะ หลายประเภท) คือ เทคโนโลยีเพื่อการผลิต และเทคโนโลยีเพื่อการบริโภค เทคโนโลยีเพื่อการผลิตนี้สำคัญมาก ในฐานะเป็นฐานของอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมเจริญขึ้นมาด้วยเทคโนโลยีเพื่อการผลิต เทคโนโลยีเพื่อการบริโภคเป็นผลผลิตของอุตสาหกรรม เรานำมาใช้เพื่อการบริโภค เช่น การเล่นเกมส์ เป็นต้น เกมส์ต่างๆ นี้เป็นตัวอย่างของเทคโนโลยีเพื่อการบริโภค ถ้าแยกเรื่องนี้ได้แล้วเราจะเกิดความเข้าใจที่จะทำอะไรๆ ต่อไปเกี่ยวกับอนาคตของสังคม

เทคโนโลยีเพื่อการบริโภคเป็นปัจจัยสร้างนิสัยของนักบริโภคจึงเป็นอันเดียวกับวัฒนธรรมบริโภค ส่วนเทคโนโลยีด้านการผลิตจะหนุนกันมากับวัฒนธรรมที่เรียกง่ายๆ ว่าวัฒนธรรมอุตสาหกรรม ฝรั่งสร้างอุตสาหกรรมมาด้วยเทคโนโลยีเพื่อการผลิต แล้วเขาก็สร้างนิสัยแบบนักอุตสาหกรรมคือนักผลิตขึ้นมาด้วย วัฒนธรรมอุตสาหกรรมเป็นวัฒนธรรมของนักผลิต แต่ไม่ใช่เป็นนักผลิตอย่างเดียว ขอใช้คำว่าวัฒนธรรมที่ทำให้มีนิสัยสู้สิ่งยาก คือมีความเพียรพยายามสูง มีความอดทน มีใจสู้ บากบั่นเพียรพยายามที่จะแก้ไขขจัดปัญหาอุปสรรคต่างๆ เพื่อผลิตและสร้างสรรค์ให้สำเร็จ วัฒนธรรมแบบอุตสาหกรรมสร้างนิสัยในการผลิตและให้เป็นนักสู้

ฝรั่งได้เปรียบคือมีภูมิหลังที่ยากลำบาก ฝรั่งสร้างอุตสาหกรรมขึ้นมาเพื่ออะไร ฝรั่งบอกเองว่าเพื่อแก้ไขความแร้นแค้นขาดแคลน อันนี้เป็นสภาพสังคมฝรั่งก่อนเกิดอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมเกิดมาเพื่อแก้ไขปัญหาอันนี้ ฝรั่งทนทุกข์ลำบากในสภาพแวดล้อมที่ไม่อำนวย อากาศหนาวเย็นบีบคั้นและขาดแคลนสิ่งบริโภค เขาจึงสร้างอุตสาหกรรมขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหานี้ โดยมีความเพียรพยายามอย่างสูงที่จะสู้ปัญหา และสร้างผลสำเร็จขึ้นมาด้วยความเพียรพยายามของตน ท่ามกลางความพยายามอย่างนี้เขาจึงต้องใช้ปัญญาในการแก้ปัญหาโดยไม่หวังพึ่งสิ่งภายนอก พยายามใช้สติปัญญาคิดค้นและทำสืบกันมาอย่างต่อเนื่อง ในยุคนี้พ่อพยายามคิดแก้ปัญหาอย่างหนึ่งแต่คิดไม่สำเร็จตลอดชีวิตจนตัวตายไป ลูกโตขึ้นมาก็คิดต่อ พยายามหาทางดิ้นรนขวนขวายไม่สำเร็จจนลูกตาย หลานก็มาต่ออีก คิดไปจนสำเร็จจนได้ ก็ทำให้เกิดความสำเร็จสองด้าน คือ ได้ผลผลิตเกิดความเจริญด้วย และได้นิสัยสู้สิ่งยากเป็นนักผลิตด้วย อันนี้เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ตกลงว่าฝรั่งมีวัฒนธรรมอุตสาหกรรมซึ่งมีลักษณะสำคัญคือเป็นนักผลิตและสู้สิ่งยากซึ่งใกล้ๆ กับความเป็นนักสร้างสรรค์

หันมาดูคนไทยเราเรามีภูมิหลังของชีวิตที่สุขสบาย ในน้ำมีปลาในนามีข้าว ธรรมชาติอำนวยอุดมสมบูรณ์ ไม่เดือดร้อนเท่าไร มีอะไรจะต้องทำก็พอผัดผ่อนได้ เช่นบอกกันว่า เดือนหน้าจะซ่อมบ้าน พอถึงเวลาก็ผัดว่าเดือนหน้าอีกเดือนหนึ่ง ผัดไปเรื่อยๆ ไม่เป็นไม่ตายอะไร จนเป็นปีก็ไม่ได้ซ่อม แต่ในเมืองฝรั่งผัดได้ไหม เมื่อใกล้ฤดูหนาวจะมา ถ้าผัดไปปล่อยให้บ้านมีช่องให้ลมเข้าได้ก็หนาวตาย มีเรื่องจะทำต้องทำทันที คนไทยมีชีวิตสุขสบายผัดวันประกันพรุ่งได้ ทำให้มีนิสัยที่โน้มไปในทางที่เห็นแก่ความง่าย ถ้าแรงก็กลายเป็นความมักง่าย เรียกง่ายๆ ว่า เกิดความประมาท อันนี้สำคัญมาก อย่าว่าอาตมภาพติเตียนสังคมไทยแรงเกินไป แต่ขอให้เรามาสำรวจตัวเองเพราะว่าเราต้องการแก้ไขปรับปรุง

เราอยู่กันมาในสภาพอย่างนี้ พอเทคโนโลยีมา เราก็เจอเทคโนโลยีประเภทเพื่อการบริโภคก่อนเลย และเป็นเทคโนโลยีสำเร็จรูปมาแล้ว คนอื่นเขาสร้างมาเสร็จ เราได้ใช้โดยไม่ต้องผลิตเอง ปัญหาก็มาโดยไม่รู้ตัว เราไม่ได้คิดเพียรพยายามทำ เราไม่ได้สร้างสรรค์มาเอง ตรงกันข้ามกับฝรั่งที่เขาจะได้มันมาเขาต้องผลิตมันขึ้น ของเราไม่ต้องเลย พอเจอก็เจอเทคโนโลยีเพื่อการบริโภค ได้ใช้ทันทีโดยไม่ต้องสร้างสรรค์ เราก็มุ่งรับเทคโนโลยีเพื่อการบริโภค คนไทยรับเทคโนโลยีประเภทไหนมาก ขอถามหน่อย รับเทคโนโลยีเพื่อการผลิตหรือรับเทคโนโลยีเพื่อการบริโภคมาก เราเน้นเทคโนโลยีเพื่อการบริโภคมากกว่าใช่ไหม แม้แต่เทคโนโลยีอันเดียวกัน ในการนำมาใช้เราก็ใช้เพื่อการบริโภคมากกว่าใช่ไหม อย่างเช่นทีวีเป็นเทคโนโลยีด้านข่าวสารข้อมูล เวลาดูก็ดูเพื่อเสพเพื่อบริโภครายการบันเทิงสนุกสนาน ไม่ค่อยดูรายการที่จะหาความรู้พัฒนาสติปัญญาและคุณภาพชีวิต

เมื่อคนไทยของเราได้บริโภคผลผลิตที่ตนไม่ได้สร้างขึ้น มันก็มาพ่วงมาหนุนกันกับนิสัยทางจิตใจที่ไม่ค่อยมีความเพียรบากบั่น เห็นแก่ความง่าย ความสะดวก ทำให้เกิดความหลงระเริงเพลิดเพลินติดอยู่กับความสนุกสนาน พอมีนิสัยพื้นฐานแบบนี้แล้ววัฒนธรรมอีกอย่างหนึ่งก็ได้ช่องเข้ามาขยายช่องทางให้คือวัฒนธรรมทางไสยศาสตร์และการหวังพึ่งอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์เทพเจ้าหรือปัจจัยภายนอกที่จะอ้อนวอนดลบันดาลให้ ต้องการอะไรแทนที่จะเพียรพยายามใช้สติปัญญาคิดค้นจนถึงที่สุดก็ไม่เอา กลับไปอ้อนวอนขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์บันดาล ขอให้เจ้าพ่อเจ้าแม่ทำให้ ก็เป็นทางลัดที่ทำให้ตัวเองไม่ต้องกระทำ ไม่ต้องใช้ความเพียร และเป็นระบบถ่ายโอนภาระ พบปัญหาก็ไม่สู้ไม่พยายามแก้ไขด้วยตนเอง แต่ยกปัญหาไปให้เทวดาแก้ให้ วัฒนธรรมอย่างนี้ก็ส่งเสริมความเห็นแก่ง่ายหนักเข้าไปอีก ต้องขออภัยถ้าจะต้องใช้ศัพท์แรงบ้างว่าความมักง่าย วัฒนธรรมแบบนี้ก็ส่งเสริมจิตใจให้เสียนิสัย คือเกิดความมักง่ายยิ่งขึ้น มีเรื่องราวปัญหาอะไรก็ไปหาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยทำให้ไม่ต้องทำเอง ก็ได้ทั้งความเห็นแก่ง่าย ไม่สู้สิ่งยาก มักง่าย ขาดความเพียรพยายาม เห็นแก่ความสนุกสนานสะดวกสบาย ติดในความสะดวกสบาย อันนี้เป็นปัญหาพื้นฐานสำคัญในการที่เราจะอยู่ในโลกแห่งวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีต่อไป จุดนี้ต้องแก้ให้ได้ ถ้าแก้ไม่ได้อย่าหวังเลยว่าสังคมไทยจะอยู่ได้ด้วยดี ฉะนั้นขอย้ำว่าต้องแก้ให้ได้

 

เนื้อหาในเว็บไซต์นอกเหนือจากไฟล์หนังสือและไฟล์เสียงธรรมบรรยาย เป็นข้อมูลที่รวบรวมขึ้นใหม่เพื่อช่วยในการศึกษาค้นคว้าของผู้สนใจ โดยมิได้ผ่านการตรวจทานจากสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์
ผู้ใช้พึงตรวจสอบกับตัวเล่มหนังสือหรือเสียงธรรมบรรยายต้นฉบับก่อนนำข้อมูลไปใช้ในการอ้างอิง